เวลาว่าง และการจัดการกับความเหงา
เวลาเราอยู่ไกลๆกัน ก็คงต้องมีจังหวะที่เราจะรู้สึกเหงา .. แบบว่าอยู่คนเดียว จะทำอะไรก็ทำคนเดียวแบบไม่มีคนที่เรารักอยู่ข้างๆ มันเป็นความรู้สึกที่อ้างว้างดีแท้ แต่มันก็เป็นความจริง (ดูอาจจะโหดร้ายไปนิด) ที่เราต้องยอมรับและอยู่ไปกับมันให้ได้ .. เราต้องอยู่กับตัวของเราเองให้ได้
ความเหงา จะทำให้เวลาเรากลับมาด้วยกันมีคุณค่าที่น่าจดจำ .. นี่เป็นข้อดีของความเหงา ที่เหมือนๆกับ เราจะไม่รู้คุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ จนกว่าเราจะทำมันหายไป ..
ความเหงาเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ แต่ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปที่จะจัดการอะไรไม่ได้เลย อยู่ที่ตัวเราเอง ว่าจะบริหารเวลา และจัดการกับความเหงาของเราได้อย่างไร

(ภาพ : ถ่ายจากบริเวณ Raffles place ผมชอบไปยืนดูแม่น้ำแถวๆนี้ประจำครับ - Kokky)
และนี่เป็นบางส่วนในการบริหารเวลาว่างที่ผมใช้อยู่ เผื่อว่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นๆบ้างครับ :D
1.การอ่านหนังสือ
ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่เคยอ่านหนังสือเลย.. ผมแนะนำว่า ลองเดินเข้าไปที่ร้านหนังสือใกล้ๆบ้าน แล้วหยิบหนังสือที่คุณสนใจมาสัก 3-5 เล่ม จะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ จากนั้นค่อยๆอ่านไปเรื่อยๆจนจบที่มีอยู่ แล้วค่อยไปซื้อเพิ่ม นี่เป็นวิธีที่ผมใช้อยู่เพื่อสร้างนิสัยการอ่านหนังสือให้กับตัวผมเอง
ผมไม่ได้เกิดมาแล้วรักการอ่านตั้งแต่ตอนเด็กๆ.. ผมเริ่มมารักการอ่านเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มันอาจจะดูเล็กน้อย และเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ผมก็ทำของผมมาเรื่อยๆ มีหนังสือเพิ่มมากขึ้นในทุกๆเดือนที่ผ่านไป (แม้จะอ่านจบบ้างไม่จบบ้างก็ตาม :D)
ที่ผมอยากจะบอกคือ การอ่านเป็นการฆ่าเวลาว่างที่ดีอย่างนึง และเป็นนิสัยที่สร้างขึ้นมาได้ไม่ว่าคุณจะรักการอ่านมากก่อน หรือไม่ก็ตาม..
2.การถ่ายภาพ
งานอดิเรกอย่างหนึ่งของผมคือ ผมชอบออกไปถ่ายรูป ก็เลยลงทุนซื้อกล้องแล้วออกไปถ่ายรูปในเวลาว่าง ซึ่งผมก็ทำของผมมาเรื่อยๆ .. จริงๆ ไม่จำเป็นต้องซื้อกล้องราคาแพงๆก็ได้ (ซึ่งผมก็ไม่ได้ซื้อของแพง :D) ขอแค่ชอบที่จะถ่ายภาพเก็บเอาไว้ ก็ทำให้เราใช้เวลาว่างในสิ่งที่เราชอบ + ได้ออกกำลังกายไปในตัวได้แล้ว
มีคนเคยบอกผมว่า ถ้าเค้าไม่มีงานอดิเรก และไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร.. ล่ะ?
ผมเชื่อว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้ สามารถสร้างได้ ถ้าพยายามค้นหามันหน่อย ถามใจตัวเองบ่อยๆ ก็น่าจะได้คำตอบ จะเป็นอะไรก็ได้ครับ ขอให้ชอบและสนุกที่จะทำมันเรื่อยๆเป็นโอเคล่ะ .. ถ้าหาไม่เจอจริงๆ เอาที่ผมแนะนำไว้ ด้านบนไปใช้ก็ได้ แบบว่าลอกการบ้านกันไปเลย :P
จากนั้นที่เหลือคือการเดินออกไปสู่โลกกว้าง เพื่อ Take action หรือว่า เริ่มที่จะทำมันให้เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริงๆ.. ไม่ใช่แค่ความฝันที่อยู่แต่ในหัวของเราไปวันๆ..


posts
อ่านหนังสือ...
เลียนแบบเรา
หุหุ....
emo_acquisitive
posts
:D
เปล่านะ ~